เจ้าหนี้ต้องรู้ สรุปการทำสัญญากู้ยืมเงิน

สรุปทุกอย่างที่เจ้าหนี้ต้องรู้ก่อนทำสัญญากู้ยืมเงิน ครบจบในหน้าเดียว

เมื่อการทำสัญญากู้ยืมเงินและกฎหมายกู้ยืม เป็นเรื่องยากสำหรับคุณ จนคุณรู้สึกว่า ให้ยืมเงินแบบไม่ต้องทำสัญญาดีไหม? เพราะไม่ต้องยุ่ง จัดทำจัดเก็บเอกสารวุ่นวาย…ขอบอกเลยว่า นี่แหละคุณกำลังสร้างปัญหา”ยืมแล้วไม่คืน” ให้กับตัวเองในอนาคต ถ้าคุณตกลงให้ยืมเงินแค่ปากเปล่า โอกาสได้เงินคืนจะน้อยลง แถมโอกาสผิดใจกับคู่สัญญาจะมากขึ้น เสี่ยงเสียทั้งเงิน เสียทั้งความสัมพันธ์ เพียงเพราะคุณไม่ได้หาข้อมูลถี่ถ้วน ก่อนตัดสินใจ

สัญญากู้ยืมเกี่ยวข้องกับกฎหมายและมีรายละเอียดที่สำคัญหลายอย่าง วันนี้ LoanMe ขอสรุปสิ่งที่เจ้าหนี้ต้องรู้ ข้อควรระวัง  ก่อนทำสัญญากู้ยืมเงิน แบบ”ครบจบในที่เดียว” มาให้

เลือกเรื่องที่คุณสนใจได้ตรงนี้

 

สัญญากู้ยืมคืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

ประโยชน์ของสัญญากู้ยืม

สัญญากู้ยืมเงิน เป็นสัญญาชนิดหนึ่งตามกฏหมาย ที่ต้องมีหลักฐานการกู้ยืมและหลักฐานการชำระหนี้เป็นหนังสือ โดยผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในเงินนั้นให้แก่ผู้ยืม และผู้ยืมมีข้อผูกพันต้องคืนเงินให้แทนเงินที่ยืมไป โดยสัญญาจะสมบูรณ์ เมื่อส่งมอบเงินที่ยืมตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา

อธิบายง่ายๆ คือ สัญญากู้ยืมเงิน เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจข้อตกลงตรงกันชัดเจน เพื่อความเป็นธรรม แก่ทั้งผู้ให้ยืมและผู้ยืม ซึ่งในการกู้ยืมเงินนี้จะมีดอกเบี้ยในการกู้ยืมด้วยหรือไม่ก็ได้

การมีสัญญาในมือ ยังช่วยให้คุณมีโอกาสได้รับเงินคืนก่อน ในกรณีที่คนที่มายืมเงินคุณไปยืมมาหลายคน เขาก็น่าจะคืนคนที่มีสัญญาก่อน จริงไหม!

หากคุณยังสงสัยว่า ถ้าให้ยืมก็แปลว่าเชื่อใจ ถ้าเชื่อใจก็แปลว่าไม่ต้องทำสัญญา ลองอ่านบทความนี้ดู สัญญากู้ยืม vs. สัญญาใจ

สิ่งที่ต้องรู้ในการทำสัญญากู้ยืม

ก่อนตัดสินใจทำสัญญากู้ยืมเงินทุกครั้ง นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้และทำการบ้านก่อน

  1. การกู้ยืมเงิน ในยอดน้อยกว่า 2,000 บาท (แบบปากเปล่า) และไม่มีสัญญากู้ยืมเงิน สามารถฟ้องเรียกร้องเงินคืนได้ แต่ถ้ากู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาท และไม่มีหลักฐานหนังสือสัญญากู้ยืม จะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้เลย ดังนั้น คุณควรทำสัญญากู้ยืมเงินจะดีกว่า
  2. กฎหมายกู้ยืมเงิน กำหนดไว้ว่า ต้องคิดดอกเบี้ยกู้ยืมเงิน ไม่เกินกว่า 15% ต่อปี หากมีการคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี การชำระคืนดอกเบี้ยจะเป็นโมฆะ แต่ในส่วนเงินต้นลูกหนี้ยังต้องชำระตามเงื่อนไขสัญญากู้ยืมเงิน

ทั้งนี้ทั้งนั้น สัญญากู้ยืมเงิน สามารถใช้ได้ทั้งแบบเขียน หรือแบบฟอร์มสัญญากู้ยืม แต่ต้องมีข้อความเกี่ยวกับการขอกู้และการลงลายมือชื่อของผู้กู้ยืมเงิน (ไม่จำเป็นต้องมีลายมือชื่อของผู้ให้กู้)

ต้องระบุอะไรบ้างในสัญญากู้ยืม?

สิ่งที่ต้องระบุในสัญญากู้ยืม

1. ข้อความที่แสดงถึงการกู้ยืมเงินระหว่างกัน:

จำเป็นต้องมี

    • วันที่ทำสัญญา
    • ชื่อผู้ให้กู้
    • ชื่อผู้กู้
    • โดยระบุจำนวนเงินที่กู้ยืม
    • การลงลายมือชื่อยินยอมจากผู้กู้

มีหรือไม่มีก็ได้

    • วันที่ชำระคืนหนี้
    • อัตราดอกเบี้ย (หากไม่ได้กำหนด ตามกฏหมายให้ถือว่า ใช้อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ถ้าจะไม่คิดดอกเบี้ย ควรต้องเขียนชัดเจน)
    • การลงลายมือชื่อยินยอมจากผู้ให้กู้

2. เงื่อนไขการชำระหนี้

    • ผู้กู้ตกลงชำระหนี้เดือนละเท่าไหร่?
    • ส่งมอบเงินคืนด้วยวิธีไหน?
    • ครบกำหนดคืนเงินทั้งหมด ภายในวันที่เท่าไหร่?

3. เงื่อนไขการผิดนัดชำระหนี้ ควรระบุว่า เงื่อนไขการคิดดอกเบี้ยทบต้น กรณีที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ค้างนานเกิน 1 ปี ในสัญญากู้ยืมเงิน

‘การคิดดอกเบี้ยทบต้น คือ คิดดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยที่ค้างชำระอีกทีหนึ่ง ทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ป้องกันการค้างชำระหนี้จากผู้กู้’

เอกสารประกอบการทำสัญญากู้ยืมเงิน

เอกสารประกอบสัญญากู้ยืมเงิน

ผู้ให้กู้ต้องขอเอกสารประกอบสัญญา จากผู้กู้ดังนี้

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาบัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ อย่างใดอย่างหนึ่ง
  • สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ สำเนาทะเบียนสมรส หรือ ทะเบียนหย่า หรือ ใบมรณบัตร อย่างใดอย่างหนึ่ง
  • สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล

หากเป็นนิติบุคคล ให้ใช้สำเนาทะเบียนการค้า หรือ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

วิธีลดความเสี่ยงจากการถูกเบี้ยวหนี้

คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า ลูกหนี้จะเบี้ยวหนี้หรือไม่? แต่จะดีกว่า ถ้าคุณป้องกันได้อย่างรัดกุม ด้วยวิธีเหล่านี้

 

  • มีพยานรับรู้เรื่องกู้ยืมเงิน จากทั้2 ฝ่าย  จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผู้ให้กู้และผู้กู้ ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายระมัดระวังในการทำตามข้อสัญญามากขึ้น ยิ่งมีพยานหลายคนและพยานมีอายุเยอะ จะช่วยให้เกิดความเกรงใจกันมากขึ้น
  • เพิ่มลายนิ้วมือของผู้กู้ลงในเอกสารกู้ยืม วิธีนี้จะช่วยป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร สัญญาและข้อตกลงต่างๆ  เพราะ ลายนิ้วมือจะเป็นสิ่งที่ผู้กู้ปฏิเสธไม่ได้ว่าปลอมแปลงเอกสาร *กรณีลงลายพิมพ์นิ้วมือจะต้องมีพยานรับรองลายนิ้วมือ 2 คน
  • มีทรัพย์สินค้ำประกัน เป็นแผนสำรอง เพื่อลดความเสี่ยงการเบี้ยวหนี้ อย่างน้อยหากเกิดการเบี้ยวหนี้จริง คุณก็ยังได้เงินคืนในรูปแบบของทรัพย์สินที่อีกฝ่ายค้ำประกันไว้
  • มีคนค้ำประกันเงินกู้ และ/หรือ ผู้กู้ร่วม วิธีนี้ช่วยป้องกันความเสี่ยงเบี้ยวหนี้ได้แบบสูงสุด เพราะจะต้องมีคนค้ำประกันเงินกู้ และผู้กู้ร่วม ซึ่งบุคคลทั้ง 2 จะต้องลงลายมือชื่อในสัญญากู้ เพื่อรับผิดชอบความเสียหายถ้าเกิดปัญหาเกี่ยวการกู้ยืมขึ้น

credit07 06

ข้อปฏิบัติและข้อควรระวังในการทำสัญญากู้ยืมเงิน

ก่อนลงลายมือชื่อ ขอให้อ่าน จำนวนเงิน กำหนดการคืนเงิน และ และที่สำคัญต้องตรวจสอบ ชื่อ นามสกุล และหมายเลขบัตรประชาชนของผู้กู้ ด้วยว่าตรงกับในสัญญาจริง

นอกจากนี้ คุณควรทำสัญญากู้ยืมไว้ 2 ฉบับ โดยให้ผู้กู้และผู้ให้กู้เก็บไว้คนละฉบับ ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาเรื่องปลอมแปลงเอกสาร และกรณีที่เข้าใจผิดกันเรื่องข้อตกลงกู้ยืม

อย่าตกม้าตาย ลงทุนทำสัญญาทั้งทีแล้ว คุณต้องเก็บรักษาสัญญาและหลักฐานโอนเงินต้น ไว้ในที่ปลอดภัย และต้องเป็นที่ๆตัวคุณเองจำมันได้ดี เพราะอาจเป็นระยะหลายเดือน กว่าจะถึงวันครบกำหนดสัญญา มีสัญญาแต่หาไม่เจอ ไม่ต่างกับไม่มี

ในกรณีผู้กู้ต้องการยืมเงินเพิ่มจากยอดยืมเดิม ควรทำสัญญากู้ยืมขึ้นมาใหม่อีก 1 ฉบับ จะช่วยป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร หรือกรณีที่มีการแก้ไขตัวเลขเพิ่ม จะต้องลงลายมือชื่อจากผู้ให้กู้ด้วยว่ายอมรับการแก้ไข

credit07  07

สรุป

การทำสัญญากู้ยืมย่อมดีกว่าสัญญาใจอยู่แล้ว เพราะมีสัญญากู้ยืมเงิน เงื่อนไขกู้ยืมเงินและเอกสารสัญญาเหล่านี้ จะช่วยปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของเราได้ แต่การทำสัญญาที่รัดกุมก็มาพร้อมกับ ขั้นตอนที่ยุ่งยากและต้องมีเวลาศึกษาเนื้อหาที่ซับซ้อน  ซึ่งถ้าคุณคิดว่าการทำสัญญากู้ยืมเป็นเรื่องที่ยาก เรามีตัวทางเลือกดีๆ

ขอแนะนำ LoanMe แอปพลิเคชั่นจัดทำสัญญากู้ยืมเงินบนมือถือ ช่วยให้คุณไม่ต้องยุ่งยากเรื่องทำเอกสาร เพียงปลายนิ้วคุณก็ได้สัญญากู้ยืมเงิน ที่ใช้ทางกฎหมายได้ทันที พร้อมระบบจัดเก็บหลักฐานและคำนวณดอกเบี้ยคืนเงินอัตโนมัติ ช่วยลดภาระและปัญหาการคิดยอดเงินที่ผิดพลาด แอปดีๆที่ใช้ฟรีได้ โหลดใช้ LoanMe โดยไม่มีค่าบริการ! ทั้ง Android และ iOS ที่ ลิงค์นี้

ถ้าเรื่องสัญญากู้ยืมเงินเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ และคุณอาจเคยได้ยินว่า แชทใช้แทนสัญญากู้ยืมเงินได้ และถ้าให้ยืมเงินทางแชท ก็ปลอดภัยเหมือนกัน เรื่องนี้จริงหรือไม่? รออ่านต่อบทความต่อไปของเราได้ เร็วๆนี้ 

credit07 08

ข้อมูลบางส่วนของบทความนี้ อ้างอิงจาก:

https://www.moj.go.th/attachments/20181129112322_88245.pdf

https://bit.ly/31lPt9d

https://bit.ly/3h7HW2q

https://bit.ly/31qUkWZ

https://bit.ly/3l54TGV

https://bit.ly/31lPt9d

https://bit.ly/3j7MM10

https://bit.ly/3kjDVdv

50 Reads

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *